จ้างทำแอป ใช้เงินเท่าไหร่?

จ้างทำแอป ใช้เงินเท่าไหร่?

DOSX · 11 ก.พ. 2568

จ้างทำแอปใช้เงินเท่าไหร่? สรุปจาก 100+ โปรเจคของ DOSX


คำตอบสั้น: ตั้งแต่ 300,000 - 10,000,000+ บาท ขึ้นกับขนาดและความซับซ้อน แต่คำตอบที่แม่นต้องดู 6 ปัจจัย ที่กำหนดราคาจริง ซึ่งจะอธิบายในบทความนี้


6 ปัจจัยที่กำหนดราคาพัฒนาแอป


1. จำนวน Feature / หน้าจอ

  • 5-10 หน้า = แอปเล็ก (Basic)
  • 10-30 หน้า = แอปกลาง (Standard)
  • 30+ หน้า = แอปใหญ่ (Enterprise)

  • ทุก 1 หน้าจอใหม่ = +30,000 - 80,000 บาท ขึ้นกับความซับซ้อน


    2. Platform ที่ต้องการ

  • Flutter (iOS + Android ใน codebase เดียว)ประหยัด 40-50%
  • Native (Swift + Kotlin แยกกัน) — แพงสุด แต่ Performance + UX สูงสุด
  • Web App (PWA) — ถูกสุด ไม่ต้องโหลด แต่ไม่ได้ Push Notification เต็มรูปแบบ

  • 3. ระบบหลังบ้าน (Backend)

  • ไม่มี / ใช้ BaaS (Firebase, Supabase) — ประหยัดเริ่มต้น แต่ Scale ยาก
  • Custom Backend — ลงทุนสูงขึ้น แต่ควบคุมได้ 100%
  • Integrate ระบบเดิม (SAP, Oracle, POS)+500,000 - 2,000,000 บาท

  • 4. Design Complexity

  • ใช้ Template — ประหยัด แต่ดูเหมือนแอปทั่วไป
  • Custom UX/UI+200,000 - 800,000 บาท ได้ Identity ชัดเจน
  • Animation + Micro-interaction+100,000 - 500,000 บาท

  • 5. Payment & Third-party Integration

    ทุก integration มีค่าพัฒนา + ค่าธรรมเนียมต่อรายการ:

  • Payment Gateway (Omise, 2C2P, TrueMoney) — +50,000 - 150,000 บาท
  • LINE Login / LIFF+30,000 - 80,000 บาท
  • Map / GPS (Google Maps, Longdo) — +50,000 - 200,000 บาท
  • Push Notification+30,000 - 80,000 บาท

  • 6. Compliance & Security

  • PDPA Compliance+100,000 - 300,000 บาท (บังคับในไทย)
  • ISO 27001 / SOC 2+500,000 - 2,000,000 บาท สำหรับ Enterprise
  • Penetration Test+100,000 - 500,000 บาท

  • ช่วงราคาตามขนาดโปรเจค (อัพเดท 2026)


    แอปเล็ก — Basic App

  • ราคา: 300,000 - 800,000 บาท
  • Feature: 5-15 หน้าจอ, Login, แสดงข้อมูล, Push Notification
  • ตัวอย่าง: แอปบริษัท, แอปข่าวสาร, แอปแคตตาล็อกสินค้า
  • ระยะเวลา: 2-3 เดือน

  • แอปกลาง — Standard App

  • ราคา: 800,000 - 3,000,000 บาท
  • Feature: 15-40 หน้าจอ + Payment + Chat + Admin Panel
  • ตัวอย่าง: E-Commerce, Delivery, Booking, Food Ordering
  • ระยะเวลา: 3-6 เดือน

  • แอปใหญ่ — Enterprise App

  • ราคา: 3,000,000 - 10,000,000+ บาท
  • Feature: ระบบซับซ้อน, Multi-role, Integration กับ ERP, Analytics
  • ตัวอย่าง: Loyalty App บริษัทใหญ่, ERP Mobile, Healthcare Platform
  • ระยะเวลา: 6-12 เดือน

  • ค่าใช้จ่ายที่ลูกค้ามักลืมคิด


    ค่าพัฒนาครั้งเดียว (One-time)

  • UX/UI Design (10-15% ของงบรวม)
  • Testing & QA (15-20%)
  • Project Management (10%)
  • Deployment & App Store Setup (5%)

  • ค่าดูแลรายเดือน (Recurring)

  • Cloud Hosting — 5,000 - 100,000 บาท/เดือน
  • Payment Gateway Fee — 2.5 - 3.65% ต่อรายการ
  • Push Notification Service — 2,000 - 20,000 บาท/เดือน
  • Maintenance Package — 30,000 - 200,000 บาท/เดือน (แนะนำมี)

  • ค่าขึ้น App Store

  • Apple Developer Account — $99/ปี (~3,500 บาท)
  • Google Play Developer Account — $25 ครั้งเดียว (~900 บาท)

  • วิธีประหยัดงบพัฒนาแอป (ไม่เสียคุณภาพ)


    1. เริ่มจาก MVP

    ทำ ฟีเจอร์หลัก 3-5 อย่าง ก่อน เปิดตัวกับผู้ใช้จริง เก็บ feedback แล้วค่อย Iterate — ประหยัด 50-60%


    2. เลือก Flutter แทน Native

    ถ้าไม่ใช่เกมหรือแอปที่ใช้ AR/ML หนัก ๆ Flutter ประหยัดได้ 40-50%


    3. ใช้ Design System แทน Custom UI ทั้งหมด

    ใช้ Material 3 หรือ Cupertino เป็นฐาน แล้วปรับสีให้ตรง Brand — ประหยัด 20-30%


    4. เลือก Software House ที่มีประสบการณ์ตรง

    ทีมที่เคยทำแอปคล้ายกันจะ ลด Rework + ใช้ library ที่พิสูจน์แล้ว — ประหยัดได้ 15-25%


    คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


    ราคาถูกที่สุดเริ่มที่เท่าไหร่?

    300,000 - 500,000 บาท สำหรับแอป MVP ที่ Feature น้อยและ UI ไม่ซับซ้อน — ต่ำกว่านี้ระวังคุณภาพ


    จ่ายครั้งเดียวหรือจ่ายเป็น Milestone?

    แนะนำจ่ายเป็น Milestone (3-4 งวด) จ่ายตามความคืบหน้า ลดความเสี่ยงของทั้งลูกค้าและ Vendor


    ค่าดูแลหลังส่งมอบจำเป็นไหม?

    จำเป็นมาก — iOS/Android อัพ OS ปีละครั้ง ถ้าไม่อัพแอปจะเริ่ม crash แนะนำ Maintenance Package อย่างน้อย 30,000-100,000 บาท/เดือน


    ถ้าเปลี่ยน Requirement ระหว่างทาง คิดเพิ่มยังไง?

    ขึ้นกับสัญญา โดยทั่วไป Change Request ประเมินเป็น Man-day (8,000-15,000 บาท/วัน) แล้วเพิ่มใน Phase ถัดไป


    ทำเอง (In-house) กับจ้าง คุ้มกว่ากัน?

  • In-house: คุ้มถ้ามี โปรเจคต่อเนื่อง 3+ ปี และ Team ขนาด 5+ คน
  • Outsource: คุ้มถ้า One-off Project หรือ Team ไม่พร้อม

  • สรุป


    ราคาพัฒนาแอปในไทยปี 2026 มีตั้งแต่ หลักแสน - หลักสิบล้าน สิ่งสำคัญคือ เลือกให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ + เริ่มจาก MVP ก่อน


    DOSX มีบริการประเมินราคา ฟรี ส่งรายละเอียดโปรเจคมาที่ ขอใบเสนอราคา เราจะวิเคราะห์และเสนอราคาที่เหมาะสมพร้อมคำแนะนำประหยัดงบ

    สนใจพัฒนาแอปพลิเคชัน?

    ขอใบเสนอราคาฟรี